DJI เปิดตัว Mavic Air โดรนรุ่นล่าสุดที่พร้อมโลดแล่นไปในทุกการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

DJI เปิดตัว Mavic Air โดรนรุ่นล่าสุดที่พร้อมโลดแล่นไปในทุกการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

รวมทุกสุดยอดฟีเจอร์ไว้ในโดรนขนาดพกพากับกล้อง 4K ด้วยระบบกันสั่นสะเทือน 3แกน

พร้อมกับโหมด SmartCapture ที่สั่งการด้วยมือ ระบบการบินอัตโนมัติ

และระบบช่วยบิน Advanced Pilot Assistant System ที่ช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบ real time

 ซินเน็คฯ จับมือ ดีเจไอ เปิดตัว Mavic Air ในไทย

6 กุมภาพันธ์ 2561 – ดีเจไอ ผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศและผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของโลก เปิดตัว Mavic Air โดรนพับได้รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ไม่ได้เพียงเหมาะสำหรับการพกพาเท่านั้น แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการทำงานของฟีเจอร์สุดฉลาด   ที่พร้อมเปิดรับทุกการสร้างสรรค์แบบไร้ขอบเขตอย่างที่ไม่เคยมี

คอนซูเมอร์โดรน หรือโดรนสำหรับการใช้งานทั่วไปรุ่นใดทำได้มาก่อน จัดเต็มด้วยฟีเจอร์เด็ด
ที่พัฒนามาเพื่อการท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น กล้อง 4K เพื่อภาพถ่ายคุณภาพล้ำ โหมด QuickShot และ SmartCapture ที่ช่วยให้เก็บภาพนิ่งและเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบช่วยบิน FlightAutonomy 2.0 ที่ใช้เซ็นเซอร์รอบตัวในการหลบสิ่งกีดขวางและเพิ่มความละเอียดในการควบคุมการบิน ด้วยอัศจรรย์แห่งวิศวกรรมและการออกแบบ ทำให้ Mavic Air ไร้ซึ่งขีดจำกัดกับทุกการโลดแล่นในโลกของการ
ผจญภัยไปกับคุณ

DJI เปิดตัว Mavic Air โดรนรุ่นล่าสุดที่พร้อมโลดแล่นไปในทุกการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

“ตอนที่ดีเจไอเปิดตัว Mavic Pro ก็นับเป็นการพลิกคำนิยามของนวัตกรรมคอนซูเมอร์โดรนมาแล้ว ด้วยขนาดที่เหมาะกับการพกพา การใช้งานที่ง่ายแต่ชาญฉลาด” โรเจอร์ ลูโอ ประธาน ดีเจไอ กล่าว พร้อมย้ำว่า “และในวันนี้ที่เราเปิดตัว Mavic Air ที่ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ล้ำไปอีกขั้น  เพื่อให้ได้โดรนสำหรับการใช้งานทั่วไป

ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

 

ดีไซน์เพื่อการพกพาแต่ทรงพลัง

ด้วยน้ำหนักเพียง 430 กรัม ทำให้ Mavic Air เป็นโดรนที่เหมาะกับการพกพามากที่สุด โดยสามารถพับขาเก็บแนบกับโครงให้เหลือขนาดเล็กเกือบเท่าสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว

Mavic Air เป็นโดรนที่เหมาะกับการพกพามากที่สุด

ทุกมุมมองจากกล้องของ Mavic Air ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่นิ่งคมขึ้น ทรงพลังด้วยเซ็นเซอร์แบบ CMOS 1/2.3” พร้อมกับ
เลนส์มุมกว้าง 24มม. f/2.8 เทียบเท่ากล้องฟูลเฟรม 35 มม. ที่ทำให้ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวมีความคมชัดสูง

 

Mavic Air สามารถถ่ายภาพนิ่งมุมกว้างได้สุดตระการตา ด้วยความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล และ
มีโหมด HDR เพื่อเก็บรายละเอียดแสงที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงของวันได้ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้น
จนลับขอบฟ้า นอกจากนี้ยังถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ 4K ได้โดยไม่สั่นถึง 30 เฟรมต่อวินาที (fps)
ทำให้ได้วิดีโอที่มีความชัดสูงสุดกว่าโดรนดีเจไอรุ่นอื่นๆ ด้วยบิทเรท 100 Mbps สำหรับการตัดต่อ
ที่ต้องการรายละเอียดของวิดีโอ และยังมีประสิทธิภาพในการบันทึกการเคลื่อนไหวความเร็วสูง
ให้เป็นวิดีโอ Slow motion ได้ 120 fps ที่ความละเอียด 1080p

 

Mavic Air ถือเป็นโดรนดีเจไอตัวแรกที่มีความจุในตัวถึง 8 GB ให้คุณเลือกเก็บภาพนิ่งและเคลื่อนไหว
ไว้ได้ทั้งในตัวเครื่องหรือบันทึกลงใน Micro SD Card ได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีช่อง USB-C เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลที่สะดวกรวดเร็วขึ้น

DJI เปิดตัว Mavic Air โดรนรุ่นล่าสุดที่พร้อมโลดแล่นไปในทุกการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

 

เติมความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่สิ้นสุด

Mavic Air มาพร้อมกับระบบกล้องอันชาญฉลาดที่ไม่ว่าใครก็ตาม แม้จะไม่เคยถ่ายภาพหรือเคยใช้โดรนมาก่อนก็สามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้ สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอยู่แล้วก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ ตัวแบบพาโนราม่าด้วยฟีเจอร์ Sphere panorama ที่สั่งการให้โดรนหมุนรอบตัวเพื่อถ่ายภาพ 25 ภาพติดต่อกัน ให้เกิดเป็นภาพมุมกว้างที่มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซลได้ภายใน 1 นาที นอกจากนั้น Mavic Air ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ Multiple panorama ที่สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน และแบบ 180 องศา

 

 

ยังมีโหมดวิดีโอสุดล้ำ Quick Shot ที่ช่วยบันทึกภาพเคลื่อนไหวอย่างมืออาชีพ แต่ยังคงความสนุกและง่ายกว่าด้วยการล็อควัตถุที่ต้องการให้ยังอยู่ในเฟรมตลอดเวลา หรือเลือกโหมดต่างๆ เช่น Rocket Dronie Circle หรือ Helix และอีก 2 โหมดล่าสุดคือ Asteriod และ Boomerang เพื่อสร้างสรรค์วิดีโอที่ต้องใช้ความสามารถสูง
ในการบินและการตัดต่อ โดยโหมด Asteriod จะถ่ายภาพกว้างแบบวนรอบด้านบนแล้วค่อยๆ ซูมเข้าไปใกล้วัตถุบนพื้น ส่วนโหมด Boomerang จะถ่ายวัตถุในลักษณะบินวนเป็นรูปไข่แล้วกลับมาจบที่จุดเริ่มต้น

 

ในส่วนของฟังก์ชั่นช่วยบิน ActiveTrack ของ Mavic Air ยังฉลาดขึ้นอีกขั้นด้วยการโฟกัสได้หลายเป้าหมาย และยังสามารถบินตามวัตถุหรือคนได้แม่นยำมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อวัตถุหรือคนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เช่น การวิ่งหรือการปั่นจักรยาน

 

เสริมทัพด้วยเทคโนโลยีอย่าง SmartCapture[1] ระบบควบคุมการสั่งการที่ตอบสนองได้รวดเร็วมากขึ้น ยิ่งทำให้
Mavic Air ถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น รองรับระยะได้ไกลถึง 20 ฟุต (6 เมตร) และสามารถสั่งงานให้บินขึ้นตามวัตถุ ถ่ายภาพ บันทึกภาพเคลื่อนไหว บินไปข้างหน้า และลงจอดได้ด้วยคำสั่งมือ ให้คุณเก็บทุกความประทับใจได้โดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล

DJI เปิดตัว Mavic Air โดรนรุ่นล่าสุดที่พร้อมโลดแล่นไปในทุกการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

บินอย่างฉลาดและปลอดภัย

ด้วยระบบประมวลผลอันทรงพลัง Mavic Air จึงบินได้อย่างปลอดภัยและชาญฉลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเจอกับ
สิ่งกีดขวางหรือภูมิประเทศใด ระบบ FlightAutonomy 2.0 จะประมวลผลข้อมูลด้วยกล้อง 7 ตัวรอบเครื่อง
โดยทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์อินฟราเรดในการสร้างแผนที่ของสภาพแวดล้อมรอบเครื่องในรูปแบบ 3 มิติขึ้นมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการบิน พร้อมด้วยระบบกล้องสองตัวหน้าหลังที่พัฒนาให้ดีขึ้น
เพื่อช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้ในระยะไกลถึง 66 ฟุต (20 เมตร) นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ (Advanced Pilot Assistance Systems) ที่ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในสภาวะแวดล้อมกลางแจ้งที่ซับซ้อน

 

 

 

Mavic Air สามารถบินได้นานถึง 21 นาที โดยสามารถบินนิ่งๆ ในกระแสลมแรงได้ถึง 22 ไมล์ต่อชั่วโมง
(36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และบินขึ้นในแนวดิ่งได้สูงถึง 16,404 ฟุต (5,000 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล[2]
ทั้งนี้ รีโมทคอนโทรลของ Mavic Air ยังเป็นเครื่องแรกที่มาพร้อมขาช่วยถือในตัว และยังมีเสารับสัญญาณ
บนอุปกรณ์ช่วยลงจอดที่เพิ่มการครอบคลุมระยะสัญญาณได้ไกลถึง 2.5 ไมล์ (4 กิโลเมตร) [3] พร้อมส่งภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ขณะบินได้เร็วถึง 720p เมื่อใช้รีโมทคอนโทรล หรือเมื่ออยู่ในโหมด Sport Mavic Air จะสามารถทำความเร็วได้ถึง 42 ไมล์ต่อชั่วโมง (68 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และยังสามารถใช้ร่วมกับแว่น DJI Goggles สำหรับการบินเสมือนจริงแบบ FPV ได้อีกด้วย

 

ราคาและการจัดจำหน่าย

สำหรับ DJI Mavic Air มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Onyx Black, Arctic White และ Flame Red  โดยในชุดมาตรฐาน ประกอบไปด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่ รีโมทคอนโทรล กล่องสำหรับใส่อุปกรณ์ทั้งหมด อุปกรณ์ป้องกันใบพัด 2 คู่ ใบพัด 4 คู่ ราคาอยู่ที่ 30,000 บาท และชุดคอมโบ Mavic Air Fly More Combo ที่ประกอบด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่ 3 ก้อน รีโมทคอนโทรล กระเป๋าสำหรับเดินทาง อุปกรณ์ป้องกันใบพัด 2 คู่ ใบพัด 6 คู่ อุปกรณ์สำรองไฟ และอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ วางจำหน่ายในราคา 37,500 บาท

 

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ Mavic Air ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของดีเจไอในประเทศไทย รวมถึง
ร้านจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบมจ.ซินเน็คฯ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ และฟังก์ชั่นต่างๆ สามารถเข้าไปติดตามได้จาก www.dji.com/mavic-air.

 

 

Facebook Comments
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.